งานช่างหุ่นเชิด
งานช่างหุ่นอีกประเภทหนึ่ง คือ “งานช่างหุ่นเชิด” หุ่นเชิด เป็นเครื่องเล่นชนิดหนึ่งในงานมหรสพตามประเพณีมาแต่โบราณ หุ่นเชิดนี้อาจทำขึ้นต่างกันเป็น ๓ แบบ คือ
- ๑. หุ่นแบบที่มีแต่ศีรษะ ประกอบกับไม้กระบอกทำเป็นแกนตัวหุ่น และถุงผ้าคลุมต่างเสื้อ ติดมือเข้าที่มุมก้นถุงทั้งสองข้าง หุ่นแบบนี้เรียกว่า “หุ่นกระบอก”
- ๒. หุ่นแบบที่มีส่วนศีรษะ ลำตัว แขน และขาครบเต็มตัว ห่อหุ้มด้วยเครื่องละคร และมีเครื่องสวมที่ศีรษะแบบต่างๆ หุ่นแบบนี้ขนาดเล็ก สูงประมาณย่อมกว่า ๑ ศอกเล็กน้อย ใช้เส้นด้ายร้อยไว้ สำหรับชักให้หุ่นเคลื่อนไหวเลียนกิริยาคน หุ่นแบบนี้ เรียกว่า “หุ่นชัก”
- ๓. หุ่นแบบหลัง ลักษณะคล้ายกันกับ “หุ่นชัก” แต่ทำขนาดตัวหุ่นใหญ่โตกว่า คือสูงประมาณศอกคืบ หรือกว่านั้น เล็กน้อย หุ่นแบบนี้ใช้ไม้เรียวเสียบติดที่มือ และเท้า เชิดทำกิริยาต่างๆ ตามบท โดยเหตุที่หุ่นแบบหลังนี้ตัวโตใหญ่ จึงต้องใช้คนเชิดมากกว่า ๑ คน และ อาจทำกิริยาเลียนแบบละครรำได้แนบเนียนมาก หุ่นแบบนี้จึงเรียกกันว่า “หุ่นละครเล็ก”
รูปภาพ หุ่นกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ ปัจจุบันจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ๑
หุ่นแต่ละแบบเกิดจากการใช้ไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้ทองหลาง ไม้สมพง ไม้อุโลก เป็นต้น ซึ่งเมื่อไม้จำพวกนี้แห้ง สนิทแล้วน้ำหนักเบา นำมาถากเหลาขึ้นเป็นหุ่นศีรษะ หุ่นลำตัว หุ่นแขนและมือ ขาและเท้าให้เป็นรูปโกลนขึ้นก่อน จึงใช้รักตีลาย หรือ รักสมุกปั้นทำส่วนละเอียดบนใบหน้า มือ เท้า และ ทำลวดลายเครื่องสวมศีรษะ เครื่องประดับร่างกาย เป็นลำดับต่อไป
กล่าวโดยเฉพาะส่วนใบหน้า มือและเท้า เมื่อปั้นส่วนละเอียดแล้วมักปิดทับด้วยกระดาษสาเนื้อละเอียดเสียชั้นหนึ่งก่อน จึงลงฝุ่นขาว แล้วเขียนสีลงตามที่เป็นคิ้ว ตา ปาก ไพรปาก ตามแบบที่เป็นขนบนิยมกันสืบมา
ส่วนเครื่องสวมศีรษะ และ เครื่องประดับร่างกายนั้น ก็จัดการเช็ดรักปิดทองคำเปลว แล้วติดกระจกทำเป็นแวว เทียบว่าประดับด้วยเพชรพลอยให้งามต่อไป
อนึ่ง ในส่วนเครื่องแต่งตัวหุ่นนั้น เป็นหน้าที่ของช่างเย็บ ช่างปักสะดึงกรึงไหม เป็นช่างต่างแผนกไปจากช่างสิบหมู่